ประวัติย่อ

แม่ให้กำเนิดผมที่ชุมชนม้งขนาดเล็ก ใกล้บ้านน้ำแคะ ตำบลบ่อเกลือเหนือ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เป็นหมู่บ้านบนภูเขา อยู่ติดชายแดนไทย-ลาว เมื่อผมอายุประมาณ 2 ขวบ พวกเราได้ย้ายไปอยู่หมู่บ้านดอยภูแป้น (ปัจจุบันเป็นพื้นที่ต้นน้ำห้วยพิวซึ่งไหลไปทางทิศตะวันออก บรรจบกับแม่น้ำน่านที่บ้านนาปง) อยู่ที่นั่นได้ประมาณ 4 ปี ขบวนการคอมมิวนิสต์จากฝั่งลาวเริ่มเข้ามาเคลื่อนไหวเพื่อระดมมวลชนในชุมชนม้งและลัวะบริเวณชายแดนไทย-ลาว หมู่บ้านม้งหลายแห่งในพื้นที่กลายเป็นจุดปะทะด้วยอาวุธระหว่างฝ่ายคอมมิวนิสต์กับฝ่ายทหารไทย

วันหนึ่งในต้นปี พ.ศ. 2513 ทหารฝ่ายคอมมิวนิสต์เข้ามาปิดล้อมหมู่บ้านเล็ก ๆ ของเรา โชคดีที่กลุ่มแกนนำหมู่บ้านหลบหนีออกมาได้ จึงพากันลี้ภัยมาอยู่ชั่วคราวที่บ้านบ่อหยวก ตำบลบ่อเกลือเหนือ พักที่นั่นได้หลายวัน พ่อผมซึ่งตอนนั้นเป็นผู้ใหญ่บ้านและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกำนันและทหารไทยในพื้นที่ ได้ตัดสินใจพาผมขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของทหารลงมาที่ศูนย์อพยพชาวเขา บ้านป่ากลาง ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว ซึ่งเป็นศูนย์รับผู้อพยพชาวม้งและอิ้วเมี่ยนที่หนีภัยคอมมิวนิสต์จากหมู่บ้านบนดอยลงมา ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2511 แล้ว ในเดือนต่อมาแม่และพี่ ๆ ของครอบครัวผมจึงเดินเท้าลงมาสมทบที่ป่ากลาง

ส่วนหนึ่งของสมาชิกในครอบครัวของผม กับบ้านหลังแรกที่พ่อและแม่สร้างที่ป่ากลางเมื่อปี 2513 (ถ่ายปี 2527)
ส่วนหนึ่งของสมาชิกในครอบครัวของผม กับบ้านหลังแรกที่พ่อและแม่สร้างที่ป่ากลางเมื่อปี 2513 (ถ่ายปี 2527)

เดือนพฤษภาคม 2513 โรงเรียนเปิดเทอม ผมกับพี่ชายจึงถูกพ่อส่งเข้าเรียนที่โรงเรียนบ้านป่ากลาง ผมเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 แล้วปี พ.ศ. 2520 ผมไปเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนปัว ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านป่ากลาง 5 กิโลเมตร แต่การเดินทางในสมัยนั้นลำบากมาก ผมจึงขอไปอยู่ในหอพักคริสเตียนที่ตัวอำเภอปัว เพื่อไปเรียนที่โรงเรียนปัว จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เมื่อต้นปี พ.ศ. 2525

รูปถ่ายแม่เลี้ยงไอโมจีน วิลเลียมส์ (แถวหลัง คนที่สองจากซ้ายมือ) กับนักเรียนม้งที่พักอาศัยที่หอพัก คริสเตียนปัว (ผมคือคนที่สอง แถวหน้า จากด้านซ้าย) (ถ่ายเดือนพฤษภาคม 2520)
รูปถ่ายแม่เลี้ยงไอโมจีน วิลเลียมส์ (แถวหลัง คนที่สองจากซ้ายมือ) กับนักเรียนม้งที่พักอาศัยที่หอพัก คริสเตียนปัว (ผมคือคนที่สอง แถวหน้า จากด้านซ้าย) (ถ่ายเดือนพฤษภาคม 2520)

หลังจบชั้นมัธยมปลาย ผมสอบแข่งขันเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยไม่ได้ และไม่อยากไปเรียนต่อวิทยาลัยครู (ต่อมาเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฎ) จึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเปิดเพียงแห่งเดียวของประเทศในสมัยนั้น โดยน้าชายได้พาผมไปฝากเป็นเด็กวัด อยู่กฎิเจ้าอาวาส วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ผมใช้เวลาเรียน 3 ปีครึ่งก็จบปริญญาตรีสาขารัฐศาสตร์ จากนั้นผมได้สมัครเข้าเรียนต่อปริญญาโท สาขาวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ในปีการศึกษา 2529 ใช้เวลาเรียน 2 ปีก็จบ

รับประราชทานปริญญาบัตร ปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหิดล (ถ่ายวันที่ 31 มิถุนายน 2531)
รับประราชทานปริญญาบัตร ปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหิดล (ถ่ายวันที่ 31 มิถุนายน 2531)
ภาพถ่ายตอนรับปริญญาโท กับสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร (ถ่ายวันที่ 31 มิถุนายน 2531)
ภาพถ่ายตอนรับปริญญาโท กับสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร (ถ่ายวันที่ 31 มิถุนายน 2531)

ปี พ.ศ. 2531 ผมได้เริ่มทำงานด้วยการเป็นผู้ช่วยนักวิจัยของ Dr. Peter Kunstadter แห่ง University of California, San Francisco ในโครงการศึกษาเรื่องประชากร เศรษฐกิจและสังคมม้ง ที่จังหวัดเชียงใหม่ ขณะเดียวกัน ผมก็สอบผ่าน เข้ารับการฝึกอบรมและได้บรรจุเป็นปลัดอำเภอ แต่ผมตัดสินใจเลือกงานสายวิชาการ เพราะน่าจะมีความเป็นอิสระในการทำงานมากกว่า ปีถัดมา ผมได้รู้จักและเป็นผู้ช่วยวิจัยของ ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในโครงการวิจัยเกี่ยวกับชาวเขา และต่อมาได้บรรจุเป็นข้าราชการ ตำแหน่งนักวิจัย เมื่อปี พ.ศ. 2534

ภาพถ่ายผมกับอาจารย์ ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ (ถ่ายวันที่ 8 เมษายน 2569)
ภาพถ่ายผมกับอาจารย์ ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ (ถ่ายวันที่ 8 เมษายน 2569)

การอยู่ในวงวิชาการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำให้ผมได้รู้จักอาจารย์ชาวต่างชาติที่เข้ามาศึกษาสังคมไทย โดยเฉพาะนักมานุษยวิทยาที่สนใจศึกษาวิจัยชาวเขาในขณะนั้น ซึ่งหนึ่งในนักวิชาการเหล่านั้นคือ Professor Charles F. Keyes จาก University of Washington เมือง Seattle ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากได้พบและสนทนากันหลายครั้ง ผมจึงสอบถามข้อมูลและสมัครเข้าเรียนต่อปริญญาเอกกับท่าน ฤดูใบไม้ร่วงของปี พ.ศ. 2538 ผมเข้าเรียนต่อที่ University of Washington, Seattle ในสาขา Cultural Anthropology โดยเบื้องต้นได้รับทุนจากมูลนิธิฟอร์ด (ผ่านมหาวิทยาลัยเชียงใหม่) และต่อด้วยทุนจาก Wenner-Glen Foundation for Anthropology จนจบปริญญาเอกในฤดูใบไม้ผลิ ปี พ.ศ. 2544

Professor Charles F. Keyes กับผม ที่ Seattle (ถ่ายปี 2544)
Professor Charles F. Keyes กับผม ที่ Seattle (ถ่ายปี 2544)
ภาพถ่ายรับปริญญาเอก University of Washington, Seattle (ถ่ายวันที่ 9 มิถุนายน 2544)
ภาพถ่ายรับปริญญาเอก University of Washington, Seattle (ถ่ายวันที่ 9 มิถุนายน 2544)
ญาติสายแม่ผมที่เดินทางจากเมือง Sacramento รัฐ California มาร่วมแสดงความยินดีในงานรับปริญญาเอกที่ Seattle (ถ่ายวันที่ 9 มิถุนายน 2544)
ญาติสายแม่ผมที่เดินทางจากเมือง Sacramento รัฐ California มาร่วมแสดงความยินดีในงานรับปริญญาเอกที่ Seattle (ถ่ายวันที่ 9 มิถุนายน 2544)

หลังสำเร็จการศึกษา ผมได้กลับมารับราชการเป็นนักวิจัยต่อที่สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2553 จึงได้โอนย้ายมาเป็นอาจารย์ในคณะสังคมศาสตร์ เป็นหนึ่งในอาจารย์รุ่นบุกเบิกของการตั้งภาควิชาสังคมศาสตร์กับการพัฒนา และเริ่มสอนหลักสูตรปริญญาโท สาขาชาติพันธุ์สัมพันธ์กับการพัฒนาเป็นรุ่นแรกในปีนั้นเอง สำหรับวิชาที่ได้สอน ทั้งในระดับปริญญาเอก โทและตรี ทั้งหลักสูตรภาษาไทยและอังกฤษ ประกอบด้วย

  • วิชาทฤษฎีสังคมศาสตร์ (สอนเฉพาะบางหัวข้อ)
  • วิชาทฤษฎีชาติพันธุ์สัมพันธ์กับการพัฒนา
  • วิชาชาติพันธุ์สัมพันธ์และขบวนการเคลื่อนไหวของชนพื้นเมือง
  • วิชาการท่องเที่ยวในอาเซียน
  • วิชาศาสนากับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม
  • วิชาพลวัตชุมชนชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง
  • วิชาสังคมและวัฒนธรรม้ง

ด้านงานวิจัยที่ผมสนใจและได้ทำมา ประกอบด้วยตัวอย่างโครงการวิจัยดังต่อไปนี้

  • การปรับตัวของชาวเขาที่เข้ามาอยู่ในเมือง
  • นโยบายรัฐกับผลกระทบต่อสังคมและวัฒนธรรมม้งกับกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง
  • เครือข่ายม้งข้ามชาติ
  • ขบวนการเคลื่อนไหวของชนพื้นเมืองในไทยและเอเชียอาคเนย์
  • เทพารักษ์ล้านนา
  • การท่องเที่ยวชาติพันธุ์
  • ระบบการศึกษาในโรงเรียนกับผลกระทบต่อกลุ่มชาติพันธุ์
  • นามสกุลกับการกลายเป็นไทยของกลุ่มชาติพันธุ์
  • ศาสนาคริสต์กับการสร้างความศิวิไลซ์แก่ชาวม้ง
  • จักรวาลทัศน์ชาติพันธุ์
  • ธรรมจาริกกับการเผยแพร่ศาสนาพุทธในกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง
  • ม่าง(กัญชง)ในวิถีชีวิตม้ง เป็นต้น
พานักศึกษาหลักสูตรอาเซียน วิชาพลวัตชุมชนชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง เรียนรู้ภาคสนามที่ม่อนแจ่ม (ภาคเรียนที่ 1/2569)
พานักศึกษาหลักสูตรอาเซียน วิชาพลวัตชุมชนชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง เรียนรู้ภาคสนามที่ม่อนแจ่ม (ภาคเรียนที่ 1/2569)